วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ป้องกันตัว เมื่อโดน "โดนกระชาก ศีรษะ"




ป้องกันตัว เมื่อโดน "โดนกระชาก ศีรษะ"






มาอีกแล้วค่ะ วันนี้จะมาแนะนำวิธีป้องกันตัวเมื่อนโดน  "โดนกระชาก ศีรษะ" โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเราๆ  ผมยาวโดนดึกกระชากง่าย และเจ็บมากค่ะ นี่บอกเลย.....


มาเริ่มกันเลย..............


1. สติ เหมือนเดิมค่ะอย่าที่เคยบอกไป มีสติก่อนเสมอ สติคือพื้นฐานของความคิดและการกระทำ

2. จับมือ เมื่อเราโดนจับผมหรือโดนกระชากให้เราจับมือคนร้ายไม่ให้ขยับ หรือไม่ให้มือเคลื่อนไปมาให้ได้มากที่สุด กันการโดนกระชากมากขึ้น และลดการเจ็บตัว

3. ชกข้อพับ เมื่อคนร้ายพยามจะกระชากผมเราอยู่ ให้ใช้มือชกข้อพับแขนให้แรงที่สุด จากนั้นแทงเข่าที่ขาอ่อน บริเวรเหนือหัวเข่า หรือเรียกง่ายๆ เจาะยางมันซะ!!
 



อ่า.....เหมือนจะง่าย เเต่ก็เหมือนจะยาก แต่เมื่อถึงจุดๆนั่นจริง ก็คงต้องใช้ความเร็ว ความไวพอสมควร แต่ถ้ามีสติ มันคงทำให้เราคิดอะไรดีๆออกบ้าง ท่องไว้นะคะ สติ สติ (บอกตัวเองอยู่เหมือนกันค่ะ)





ขอบคุณที่มา
Self-Defense

ป้องกันตัว เมื่อโดน "ล็อคคอ"





ป้องกันตัวเมื่อโดนล็อคคอ








สำหรับบุคคลที่ต้องการป้องกันตัวจากการถูกบีดรัดคอด้วยมือทั้งสองข้างของคนร้าย สามารถทำได้หลายวิธี ในการป้องกันตัว(Self-defense) จะเลือกใช้วิธีที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ 

เอาเเบบอธิบายขั้นตอนสั้นๆ เข้าใจง่ายๆ เเรกเลย

1. สติ เป็นเรื่องปกติเมื่อทุกคนโดนทำร้าย เราจะต้องตกใจเป็นธรรมดา เราควรตั้งสติก่อนจะเริ่มทุกๆสิ่ง มันคือพื้นของความคิด และการกระทำ

2. เก็บคอ ก้มศีรษะคางชิดลำคอ ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อคอเกร็งช่วยปกป้องหลอดลมและเส้นเลือดได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นยกแขนข้างหนึ่งขึ้นแล้วหันตัวไปด้านตรงข้ามพร้อมกันฟันข้อศอกลงบนแขนทั้งสองข้างของคนร้ายเพื่อปลดการบีดรัดคอของเรา เทคนิคนี้สามารถใช้ได้ไม่ว่าจะถูกบีดคอจากด้านใดก็ตาม

3. ตอบโต้กลับ มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เราจะโจมตีตามจุดที่เปราะบางที่สุด โดยเราจะยกตัวอย่างจากคลิปวีดีโอ ตามข้างบน คือใช้มือทบตรงบริเวรหน้า หรือเรียกง่ายๆว่าเจาะยาง จำทำให้คนร้ายขาอ่อนแรง จากนั้นใช้ศอกกระแทกปรายคางของคนร้าย เอาให้มันขากรรไกรค้างกันไปเล้ยยยย !!!



ขอบคุณที่มา




กฎหมาย ป้องกันตัว

มาดูกฎหมายอาญาเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยดีกว่า

                        ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๖๘ บัญญัติว่า "ผู้ใดต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด"



 การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนี้ เป็นเรื่องที่รัฐให้สิทธิในการป้องกันตนเองแก่ประชาชนต่อภัยที่เกิดขึ้นโดยกระชั้นชิดและละเมิดต่อกฎหมาย โดยรัฐถือว่าการกระทำโดยป้องกันดังกล่าวแม้จะเกิดความเสียหายบ้าง หากเป็นความเสียหายที่สมควรแก่เหตุ ผู้กระทำก็ไม่มีความผิด การที่รัฐให้สิทธิแก่ประชาชนเช่นนี้ เพราะภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อประชาชนพลเมืองนั้น เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่เว้นแม้แต่บนสะพานลอยหรือกระทั่งใต้สะพายลอย ดังนั้น บางครั้งบางเวลาบางสถานที่ รัฐก็อาจจะให้ความคุ้มครองได้ไม่ทั่วถึง จึงให้ผู้ประสบอันตรายจากภัยนี้ ป้องกันตัว ให้พ้นจากภัยนั้น ๆ ไปก่อนได้
                       


 หลักเกณฑ์ของการ ป้องกันตัว โดยชอบ ด้วยกฎหมาย

๑.    มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย นั่นคือ ภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้นผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายจะทำได้ หากผู้ก่อภัยนั้นมีอำนาจทำได้โดยชอบ ท่านก็ไม่มีสิทธิจะป้องกัน เช่น เมื่อท่านทำผิดกฎหมายและตำรวจจะเข้ามาจับท่าน ท่านจะอ้างว่ามีภยันตรายเกิดขึ้น และขอป้องกันด้วยการกระทืบตำรวจที่มาจับไม่ได้ หรือท่านไปหาเรื่องทำร้ายชกต่อยคนอื่นเขา พอเข้าเกิดฮึดสู้ขึ้นมาเอาคืนบ้าง ท่านก็เลยถือโอกาสว่ามีภยันตรายเกิดขึ้นแล้ว เลยใส่สารพัด แล้วอ้างว่าที่ยำเอ้ย..ทำไปเพราะป้องกันตนเองจากการฮึดสู้ของมัน อย่างนี้ ไม่ได้เลยนะ ท่านจะมีสิทธิป้องกันก็ต่อเมื่อภยันตรายที่เกิดนั้น ท่านไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น และเป็นภยันตรายจากการกระทำผิดกฎหมาย อีกทั้งผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำเช่นนั้นต่อท่านได้ ดูกรณีตัวอย่างจากคำพิพากษาฎีกาสักเล็กน้อย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๖๑/๒๕๒๘ น๖๗๔ การวิวาทหมายถึงการสมัครใจเข้า
ต่อสู้ทำร้ายกันหากฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำแก่อีกฝ่ายหนึ่งจะกระทำโต้ตอบกลับไปโดยอ้างป้องกันมิได้ เพราะตนมีส่วนผิดในการที่สมัครใจเข้าวิวาทต่อสู้กันเสียแล้ว
ภยันตรายนั้น ใกล้จะถึง แม้ท่านจะมีภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายเกิดขึ้น
ตามข้อ ๑ แล้วก็ตาม ก็อย่าเพิ่งนอนใจว่าท่านจะมีสิทธิป้องกันได้ กล่าวคือท่านจะมีสิทธิ ป้องกันตัว ได้ต่อเมื่อภยันตรายนั้น เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง คือภัยที่เกิดขึ้นกระชั้นชิดถึงขนาดที่ไม่มีหนทางอื่นที่จะขจัดปัดเป่าภัยนั้นได้ นอกจากการป้องกันตัวเอง  เช่น ท่านถูกจี้ชิงทรัพย์บนสะพานลอยแสนเปลี่ยวไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แถวนั้น ท่านย่อมสามารถป้องกันตนเอง(ป้องกันตัว)ได้ แต่ถ้าท่านกำลังเดิน ๆ อยู่ เห็นคนไม่น่าไว้ใจเดินสวนมา คิดในใจว่าเขาต้องมาจี้เอาทรัพย์จากท่านแน่ ๆ ท่านเลยเข้าไปตื้บเขาเสียก่อน เช่นนี้ ท่านจะอ้างป้องกันตนไม่ได้ เพราะแม้เขาจะมีเจตนามาชิงทรัพย์ท่านจริง ๆ แต่เขายังไม่ได้ทำอะไรท่านเลยแค่เดินอยู่เฉย ๆ จึงถือว่าภยันตรายนั้นยังไม่ใกล้จะถึง ท่านควรรีบแจ้งตำรวจให้จับเขาแทนที่จะลงมือเสียเอง หรือเขาชิงทรัพย์ไปจากท่านแล้ว หนีไปจนพ้นกลับไปกินข้าวกับเมียแล้ว ท่านจะติดตามไปเจอ ท่านก็ต้องเรียกตำรวจจับ จะจัดการเสียเอง โดยอ้างป้องกันไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะภัยตรายนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ใช่ภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีกเช่นกัน
ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน  ให้พ้นจากภยันตรายนั้น   อันนี้
ไม่ยากอะไร  เมื่อมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายกันใกล้จะถึงดังที่กล่าวตามข้อ ๑ และ ๒ แล้ว ท่านก็สามารถป้องกันตนเองได้ ตามแต่สถานการณ์ อันนี้ผู้เขียนสอนไม่ได้ ท่านผู้อ่านต้องหาความรู้เอาเอง จากบรรดาครูมวยต่าง ๆ     หรือจะใช้เครื่องทุ่นแรงก็ได้ไม่ว่ากัน จะเป็นมีด ไม้หน้าสาม สเปรย์พริกไทย หรือสากกะเบือ ฯลฯ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การป้องกันดังกล่าวต้องทำไปพอสมควรแก่เหตุ อย่างไรจะถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามมาดูข้อ ๔
                        ๔.     การกระทำ ป้องกันตัว ตามสมควรแก่เหตุ  ก็คือ  แม้กฎหมายจะให้สิทธิแก่ประชา ชนผู้ประสบอันตรายป้องกันตนเองได้   แต่ก็ไม่ได้ให้เสียจนหาขอบเขตไม่ได้  จนกลายเป็นการป้อง กันผสมกับความโกรธแค้น บันดาลโทสะ หรือสะใจ เช่น ท่านกำลังเดินอยู่บนสะพานลอย มีคนขี้ยาคนหนึ่งเอามีดมาจี้เอวท่าน  ขู่เข็ญให้ท่านส่งทรัพย์ให้   โอเคตามกรณีนี้ท่านมีสิทธิป้องกันตนเองได้ 

อาจมีบางท่านสงสัยว่า กรณีที่ท่านไม่เป็นมวย แต่มีเครื่องทุ่นแรง ท่านจะใช้มันได้ขนาดไหนเพียงไรนั้น เรื่องนี้  มีทฤษฎีที่สำคัญ 2 ทฤษฎีคือ

1.      ทฤษฎีส่วนสัด คือต้องพิจารณาว่าอันตรายที่จะพึงเกิดขึ้นถ้าหากจะไม่ป้องกัน จะได้ส่วนสัดกับอันตรายที่ผู้กระทำได้กระทำเนื่องจากการป้องกันนั้นหรือไม่ เช่น มีคนมาตบหน้าท่าน ท่านจะใช้มีดแทงเขาตายไม่ได้ เพราะความเจ็บเนื่องจากการถูกตบหน้า เมื่อมาเทียบกับความตายแล้ว ไม่ได้ส่วนสัดกัน ดังนั้น การเอามีดแทงเขาตายนี้ เป็นการกระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำไม่มีอำนาจกระทำได้
2.      ทฤษฎีวีถีทางน้อยที่สุด ตามทฤษฎีนี้ถือว่าถ้าผู้กระทำได้ใช้วิถีทางน้อยที่สุดที่จะทำให้เกิดอันตราย ก็ถือว่าผู้กระทำได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุแล้ว เช่น  .เป็นง่อยไปไหนไม่ได้  จึงเขกศรีษะ กเล่นโดยเห็นว่า กไม่มีทางกระทำตอบแทนได้เลย นาย กห้ามปรามเท่าใด  ก็ไม่เชื่อฟัง ถ้าการที่ กจะป้องกันมิให้ ขเขกศรีษะทีวิธีเดียวคือใช้มีดแทง ขต้องถือว่าการที่ กใช้มีดแทงนี้เป็นการกระทำไปพอสมควรแก่เหตุ เพราะเป็นวิถีทางน้อยที่สุดที่จะป้องกันได้





ขอบคุณที่มา



5 อันดับศิลปะการต่อสู้ที่น่าสนใจ


เดี๋ยวนี้เปิดทีวี ฟังวิทยุ มาช่องไหนๆ ก็มีแต่ข่าวอาชญากรรม จี้ ปล้น ฆ่า ขมขืน 

โอ้ยยย น่ากลัวไปหมดโลกใบนี้ วันนี้ก็เลยอยากจะแนะนำ วิธีการป้องกันตัวแบบง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ เเต่ก่อนอื่นขอแนะนำศิลปะป้องกันตัวที่เราจะนำมาประยุกต์ใช้ในกรณีฉุกเฉินก่อนนะคะ 


เริ่มที่อันดับที่ 5 ก่อนเลยนะคะ

 5.  Judo (ยูโด)




เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น โดยคะโน จิโงะโร ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัง ยูโด เดิมเรียกว่า ยูยิสสู ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่า 

(น่าลองนะคะ คนตัวเล็กๆก็ล้มตัวคนใหญ่ได้ นี่บอกเลย!!)

4. Taekwondo  (เทควันโด)



เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวโดยไม่ใช้อาวุธของชาวเกาหลี คำว่า "แท"  แปลว่า เท้าหรือการโจมตีด้วยเท้า; "คว็อน"  แปลว่า มือหรือการโจมตีด้วยมือ; "โท" แปลว่า วิถีหรือสติปัญญา ดังนั้นเทควันโดโดยทั่วไป หมายถึง วิถีแห่งการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัว หรือการใช้มือและเท้าในการต่อสู้และป้องกันตัวอย่างมีสติ 

(บอกเลยว่า เตะมันนนนนส์!)

3. Boxing (มวยสากล)




มวยสากลเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีมาแต่โบราณ โดยเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าของทหารในสนามรบ และกลายเป้นเกมกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิคยุคโบราณ โดยที่นักมวยในยุคนั้นไม่มีการจำกัดน้ำหนัก ไม่สวมเครื่องป้องกันตัว และไม่จำกัดว่าต้องใช้ได้เพียงหมัด สามารถกัดหรือถองคู่ต่อสู้ได้ โดยไม่มีกติกามากนัก เพียงแต่นักมวยทั้งคู่ต้องถอดเสื้อผ้าให้หมดทั้งตัว เพื่อไม่ให้ซ่อนอาวุธเอาไว้

(พูดน้องต่อยหนักระวังนะคะ....)


2. Krav Maga 



คราฟมาก้า เป็นระบบการป้องกันตัว ของอิสราเอล ที่ได้รับการพิสูจน์ว่าใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและในสงคราม ใช้อบรมในหน่วยราชการตำรวจทหาร ทั้งอเมริกาและยุโรป ใช้ในหลักสูตรการต่อสู้มือเปล่าของทหารในกองทัพอิสราเอล  เน้นการฝึกซ้ำในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้เกิดการตอบรับอัตโนมัติของร่างกายต่อ สภาวะคับขันต่างๆ

(บอกเลยว่า อยากฝึกมากค่ะ มันน่าสนใจจริงๆ ถึงมันจะไม่จัดในหมวดศิลปะการต่อสู้ เพราะมันไม่เน้นท่าสวยงาม เเต่มันใช้ได้จริง มันน่าก็สนใจนะคะ)

1. Muay Thai (มวยไทย)



มวยไทย เป็น ศิลปะการต่อสู้จากประเทศไทย ที่ใช้หมัด ศอก แขนท่อนล่าง เท้า แข้ง เข่า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ศีรษะ และลำตัวในการต่อสู้ ศิลปะการต่อสู้ลักษณะนี้ สามารถพบเห็นได้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างเช่นประเทศกัมพูชาเรียกว่า ประดั่ญเซเรีย (Pradal Serey) หรือขอมมวย ส่วนประเทศลาวเรียก มวยลายลาว (มวยเสือลากหาง) 


(สุดท้ายก็ไม่พ้นของบ้านเรา น่าฝึกน่าสุดใจ น่าอุนุรักษ์ และน่าภูมิใจที่สู๊ดดดด )







ขอบคุณที่มา

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดท้ายบท บทที่ 4

แบบฝึกหัดที่ 4



บทที่ 1 : แนวคิดและแนวโน้มเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศยุคใหม่  

  กลุ่มเรียนที่ : 3   

รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน

  รหัสวิชา : 0026008  

ชื่อ-สกุล : นางสาวสุทธิดา  บุญปก      รหัส : 57011310356



1.ให้นิสิตยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศตามหัวข้อต่อไปนี้ อย่างน้อยหัวข้อละ 3 ชนิด แล้วแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบกับเพื่อน
1.1 การบันทึกและจัดเก็บข้อมูล       

   ตอบ  จานแสงหรือจานเลเซอร์  ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ  กล้องดิจิตัล  กล้องถ่ายวีดีทัศน์และเอกซเรย์

1.2 การแสดงผล        

ตอบ  เครื่องพิมพ์ จอภาพ พล็อตเตอร์

1.3 การประมวลผล         

ตอบ    เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์

1.4 การสื่อสารและเครือข่าย      

  ตอบ   โทรทัศน์   วิทยุกระจายเสียง โทรเลข  ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้ ระยะไกล

2. ให้นิสิตนำตัวเลขใช่องขวา  มาเติมหน้าข้อความในช่องซ้ายที่มีความสัมพันธ์กัน



3  ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1. ส่วนใหญ่ใช้ทำหน้าที่คำนวณ ประมวลผลข้อมูล
2   Information Technology
2. e-Revenue
1   คอมพิวเตอร์ในยุคประมวลผลข้อมูล
3. เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการเกี่ยวกับสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้องแม่นยำ และความรวดเร็วต่อการนำไปใช้
6   เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
4.มีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ Sender Medium และDecoder
10   ช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการททำงาน
5. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับ-ส่งเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งไปยังอีกหน่วยงานหนึ่งโดยส่งผ่านเครือข่าย
8   ซอฟต์แวร์ระบบ
6. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
9   การนำเสนอบทเรียนในรูปมัลติมีเดีย ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ตามระดับความสามารถ
7. โปรแกรมที่ทำหน้าที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบคอมพิวเตอร์
7    EDI
8. โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ จัดเป็นซอฟต์แวร์ประเภท
2    การสื่อสารโทรคมนาคม
9. CAI
5   บริการชำระภาษีออนไลน์
10. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

แบบฝึกหัดท้ายบท บทที่ 3

แบบฝึกหัดที่ 3


บทที่ 1 : แนวคิดและแนวโน้มเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศยุคใหม่  

  กลุ่มเรียนที่ : 3   

รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน

  รหัสวิชา : 0026008  

ชื่อ-สกุล : นางสาวสุทธิดา  บุญปก      รหัส : 57011310356


คำชี้แจง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด


1. ข้อใดเป็นความหมายที่ถูกต้องที่สุดของการรู้สารสนเทศ


                ก.ความสามารถในการกลั่นกรองและประเมินค่าสารสนเทศที่หามาได้                ข.ความสามารถในการตัดสินใจใช้สารสนเทศรูปแบบต่างต่าง                ค.ความสามารถของบุคคลในการสืบค้นและพัฒนาสารสนเทศ                ง.ความสามารถของบุคคลในการเข้าถึง  ประเมิน  และการใช้งานสารสนเทศ


ตอบ ข้อ ง.


2.จากกระบวนการของการรู้สารสนเทศ ทั้ง 5 ประการ  ประการไหนสำคัญที่สุด


               ก.ความสามารถในกรตระหนักว่าเมื่อใดต้องการสารสนเทศ               ข.ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ               ค.ความสามารถในการประมวลผลสารสนเทศ               ง.ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ


ตอบ ข้อ ง.


3.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของผู้รู้สารสนเทศ


              ก.สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้              ข.สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนินชีวิต              ค.ชอบใช้คอมพิวเตอร์ในการเล่นเกม              ง.ใช้คอมพิวเตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้


ตอบ ข้อ ค.


4.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการรู้สารสนเทศ


                ก. โลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเน้นวัตถุนิยมมากขึ้น                ข.ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต                ค.สารสนเทศมีการเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว  จนยากที่จะเข้าถึง                ง.ช่วยบุคคลเป็นผู้มีศักยภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิต


ตอบ ข้อ ค.


5.ข้อใดเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้สารสนเทศที่ถูกต้อง


                 1.ความสามารถในการประมวลสารสนเทศ                 2.ความสามารถในการประเมินสารสนเทศ                 3.ความสามารถในการใช้และการสื่อสารสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ                 4.ความสามารถในการค้นหาสารสนเทศ                 5.ความสามารถในการตระหนักว่าเมื่อใดจึงต้องการสารสนเทศ


              ก. 1-2-3-4-5        ข.2-4-5-3-1 ค.5-4-1-2-3       ง.4-3-5-1-2


ตอบ ข้อ ค.


แบบฝึกหัดท้ายบท บทที่ 1


แบบฝึกหัดที่ 1



บทที่ 1 : แนวคิดและแนวโน้มเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศยุคใหม่  

  กลุ่มเรียนที่ : 3 

  รายวิชา : การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน

  รหัสวิชา : 0026008 

 ชื่อ-สกุล : นางสาวสุทธิดา  บุญปก      รหัส : 57011310356




1. ข้อมูล   หมายถึง                                                                                                                       

ตอบ   ค่าของตัวแปรในเชิงคุณภาพหรือเชิงปริมาณที่อยู่ในการควบคุมของกลุ่มสิ่งต่างๆเช่น คน สัตว์ สิ่งของสถานที่  โดยอยู่ในรูปแบบที่ เหมาะสมต่อการสื่อสาร การแปลความหมายและการประมวลผลซึ่งข้อมูลอาจจะได้มาจากการสังเกต การรวบรวม การวัด ข้อมูลเป็นได้ทั้งข้อมูลตัวเลขหรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่สำคัญจะต้องมีความเป็นจริง



2. ข้อมูลปฐมภูมิ   คือ                                                                                                                               

ตอบ   สารสนเทศที่ได้จากต้นแหล่งโดยตรง  เป็นสารสนเทศทางวิชาการ  ผลของการศึกษาค้นคว้า วิจัย รายงาน การค้นพบทฤษฎีใหม่ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่การยอมรับเป็นทฤษฎีใหม่ที่เชื่อถือได้                                                       ยกตัวอย่างประกอบ  เช่น  วารสาร    รายงานการวิจัย   รายงาน การประชุมและการสัมนาวิชาการ  สิทธิบัตร  เอกสารมาตรฐานต่างๆ  ต้นฉบับตัวเขียน จดหมายเหตุ  วิทยานิพนธ์ และการถ่ายทอดทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์  เป็นต้น



3.ข้อมูลทุติยภูมิ  คือ




ตอบ    สารสนเทศที่มีการรวบรวม เรียบเรียงขึ้นใหม่จากแหล่สารสนเทศปฐมภูมิ   มักจะอยู่ในรูปของการสรุป   ย่อเรื่อง  จัดหมวดหมู่  ทำดรรชนีและสาระสังเขปเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึง           ยกตัวอย่างประกอบ   เช่น สื่ออ้างอิงประเภทต่างๆ  วารสารที่มีการสรุปย่อและตีความ รวมถึงหนังสือ ตำราที่รวบรวมเนื้อหาวิชาการในการเรียนการสอน  สารานุกรม พจนานุกรม  รายงานสถิติต่างๆ ดรรชนีและสาระสังเขป  เป็นต้น



4.สารสนเทศ หมายถึง




ตอบ  ข้อมูล ข่าวสาร ที่ผ่านการประมวลผล ซึ่งมีความหมายและสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน หรือการทำงานนั้นๆ



5. จงอธิบายประเภทขอสารสนเทศ




ตอบ  การจำแนกของประเภทสารสนเทศได้มีการจำแนกออกเป็น  ตามแหล่งสารสนเทศและตามสื่อจัดเก็บ  ดังนี้    1. จำแนกตามแหล่งสารสนเทศ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามการรวบรวม หรือจัดกระทำกับสารสนเทศ  ได้แก่  แหล่งปฐมภูมิ  แหล่งทุติยภูมิ และแหล่งตติยภูมิ  เป็นต้น     2.จำแนกตามสื่อที่จัดเก็บ เป็นการจำแนกสารสนเทศตามชนิดของสื่อที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ข่าวสาร ความรู้  ได้แก่ กระดาษ  วัสดุย่อส่วน  สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อแสง เป็นต้น


                                                                               

6. ข้อเท็จจริงของสิ่งต่างๆที่อาจเป็นตัวเลขข้อความรูปภาพเสียง คือ

ตอบ  ข้อมูล



7. ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลเป็น

ตอบ  ข้อมูลทุติยภูมิ



8. ส่วนสูงของเพื่อนที่ถามจากเพื่อนแต่ละคนเป็น

ตอบ  ข้อมูลปฐมภูมิ



9. ผลของการลงทะเบียนเป็น

ตอบ  ข้อมูลปฐมภูมิ



10. กราฟแสดงจำนวนนิสิตในห้องเรียนวิชา วิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน Section วันอังคารเป็น                                                                         

ตอบ   ข้อมูลทุติยภูมิ